รีวิวและทดสอบ GPX LEGEND 250 TWIN - The Iconic Reborn

14 ก.ย. 2562   mocycstaff   1  

 

รีวิวและทดสอบ GPX LEGEND 250 TWIN - The Iconic Reborn

“ หากจะย้อนนึกถึงความหลัง ที่ยังคงมีความเป็นเอกลักษณ์ และชวนให้นึกถึงวันวานที่ผ่านมา ทุกๆอย่างมันยังคงเป็นเรื่องราวและความทรงจำที่ดี ที่ยังรอการกลับมา จากอดีต มาสู่ยุคปัจจุบัน !! ”

 

 

GPX LEGEND 250 TWIN รถมอเตอร์ไซค์ในตระกูลคลาสสิก LEGEND จากค่าย GPX ที่หลังจากได้เปิดต้นตระกูล LEGEND มากว่า 5 ปี ก็ได้มีการพัฒนาใหม่หมดจนมาเป็น LEGEND 250 TWIN รุ่นนี้ ในคอนเซ็ปต์ The Iconic Reborn มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 234 cc. 2 สูบเรียง 4 จังหวะ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ แต่เพิ่ม ออยด์คลูเลอร์เข้ามา เพื่อให้การระบายความร้อนดียิ่งขึ้น เกียร์ 6 สปีด แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 16 Hp ที่รอบ 8500 รอบต่อนาที ทอร์กอยู่ที่ 15.5 นิวตันเมตร ที่รอบ 7000 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบและช่วงชักอยู่ที่ 53x53 มิลลิเมตร สเตอร์หน้าอยู่ที่ 13 ฟัน สเตอร์หลังอยู่ที่ 38 ฟัน จ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด GPX-FI มีแรงอัดอยู่ที่ 9.2 : 1

 

 

แฝงความทันสมัยได้อย่างลงตัวกับไฟหน้าเป็นแบบ LED ที่มาพร้อมกับไฟ Daylight ที่แยกไฟสูงต่ำอย่างชัดเจน ไฟเลี้ยวเป็นแบบธรรมดา ไฟท้ายเป็นแบบ LED เรือนไมล์ได้เปลี่ยนไปจาก Legend รุ่นก่อนๆ มาเป็นเรือนไมล์แบบ Full Digital เต็มรูปแบบ โช็คหน้ามาในแบบ Up-Side Downที่มีสีเงิน ซึ่งเข้ากับตัวรถมาก  โช็คหลังเป็นแบบ โช็คอัพแก๊สคู่ที่สามารถปรับระดับความแข็ง-อ่อนได้ จากแบรนด์ YSS แฮนด์เป็นแฮนด์แบบจับโช็ค ในรูปแบบของคาเฟ่เรเซอร์เลย แต่หากใครอยากเปลี่ยนเป็นแฮนด์บาร์สามารถทำได้ โดยตัวของแผงคอ จะมีจุกยางปิดไว้อยู่สามารถนำตุ๊กตาแฮนด์มาใส่และทำเป็นแฮนด์แบบแฮนด์บาร์ได้ กระจกที่ติดมากับรถเป็นกระจกแบบติดปลายแฮนด์   ที่สามารถปรับองศาได้ เบรกหน้าเป็นแบบ Twin Disc Brake หรือดิกส์เบรกแบบคู่ ที่มีขนาดจานดิกส์อยู่ที่ 275 มิลลิเมตร เบรกหลังแบบดิกส์เบรกที่มีขนาดจานดิกส์อยู่ที่ 225 มิลลิเมตร ถังน้ำมันมีความจุที่ 14.5 ลิตร  บริเวณใต้ไฟหน้ามีการแต่งด้วยแผ่นเพรทโลโก้ใหม่ของ GPX ทำให้โดดเด่นและสะดุดตาเป็นอย่างมาก  ยางหน้ามีขนาด 110/90R ขอบ 17 นิ้ว  ยางหลังอยู่ที่ 130/90R ขอบ 17 นิ้ว น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 154 กิโลกรัม

 

 

เบาะนั่งตอนเดียวแบบ Classic Seat  ทรงสวยดูหรูที่ทำจากวัสดุ 2 แบบ  เพื่อให้เกิดความต่างของการเล่นสี และด้วยรูปทรงนี้ทำให้นั่งได้สบายทั้งคนขี่และคนซ้อนครับ  โครงรถพื้นฐานเดิม เสริมเปลคู่ด้านล่างเพื่อเพิ่มความแข็งแรง และเพื่อรองรับกับเครื่องยนต์ 250 ซีซี ลูกใหม่นี่เอง  ท่อไอเสียมาในรูปแบบ 2 : 1 คือออกมาจากคอท่อสอง แล้วรวมเป็น 1 เสียงท่อยังมีเสียงทุ้มนุ่มๆ เรียกได้ว่า เสียงหล่อทีเดียวครับ

 

 

ความรู้สึก ที่ได้คล่อมรถครั้งแรก รู้สึกว่าแฮนด์ที่เป็นแบบแฮนด์จับโช็ค  ให้ความรู้สึกแบบ เห้ยๆ ท่าขี่มันได้อ่ะ ตัวรถไม่สูงมาก ซึ่งความสูงจากเบาะถึงพื้นอยู่ที่ 790 มิลลิเมตร ทำให้ท่านั่งนั่งได้เกือบๆเต็มเท้าเลย  (ผู้ขับขี่สูง 177 ซม.) ส่วนใครไม่แน่ใจว่าจะนั่งพอดีมั้ย แนะนำให้ลองไปคร่อมตัวจริงกันก่อนครับ เพราะช่วงขาแต่ละคนอาจไม่เท่ากันครับ  มาต่อกันที่แฮนด์ ถึงแฮนด์จะเป็นแฮนด์จับโช็ค แต่ท่านั่งเป็นท่านั่งที่สบาย ไม่เมื่อย ก้มกำลังพอดีเลย ความกว้างของแฮนด์ไม่กว้างมาก ทำให้น้ำหนักไม่ลงที่ช่วงแขน

หลังจากที่ได้ทำการขับขี่แล้ว ความรู้สึกท่านั่งยังคงเหมือนเดิมเลย ไม่เมื่อย นั่งสบายๆ ตัวรถเองไม่ได้เป็นรถที่เน้นอัตราเร่งในรอบต้น เน้นความนุ่มนวล แต่ในช่วงรอบกลางๆไปถึงปลาย ขับขี่สนุกเลยครับ ช่วงเกียร์ 3-4-5-6 เป็นช่วงที่กำลังเร่งเริ่มสนุกเลย ในการเปลี่ยนเกียร์เปลี่ยนในช่วง 4-5-6 พันรอบ เปลี่ยนง่ายทำให้เรารู้สึกสนุกในการขับขี่มากขึ้นอีกด้วย ในเรื่องของช่วงล่างก็ได้มีโอกาสได้ทดสอบเทบ้างเล็กน้อย ผลออกมาถือว่าทำได้ดีเลยครับ ด้วยโช็คหลังที่เป็นโช๊คแก๊สคู่ของ YSS เอาอยู่สบายๆเลย โช็คหน้าที่เป็นแบบ Up-Side Down ก็กำลังดี เรียกว่าเซ็ตมาจากโรงงานได้ดีเลยทีเดียว ไม่มีอาการย้วยหรือเด้งเลย

 

 

ยางที่มาจากโรงงานหรือยางติดรถมาเป็นของ VeeRubber ถ้าขับขี่ธรรมดา เอาอยู่สบายๆเลยครับ แต่สายแบนโค้งหรือคนที่ชอบกระแทกคันเร่งในโค้งอาจจะต้องเซ็ทลมยางให้เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่สักหน่อยครับ อ่อแล้วสำหรับโช้กหลังเองสามารถปรับเซ็ทให้เข้ากับน้ำหนักของผู้ขับขี่ได้ด้วย โดยการปรับเซ็ทความแข็งของสปริงโช้กนั่นเอง ในส่วนระบบเบรก เบรกหน้าเบรกได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเบรกกะทันหันหรือเบรกแบบไล่น้ำหนัก เบรกหลังก็ทำได้ดีเช่นกัน ไม่ว่าจะเบรกให้สไลด์ก็ทำได้ สำหรับเรื่องท๊อปสปีด  ทางเราเองยังไม่ได้ทดสอบเนื่องจากเกิดฝนตกหนักในระหว่างการทดสอบ  จึงไม่ได้ทำการเทส แต่ทาง GPX เคลมไว้กลางๆที่ 120 Km/hr. ซึ่งการทำความเร็วตรงนี้ ก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักผู้ขับขี่ ท่านั่ง สภาพถนน ด้วยนะครับ 

 

 

โดยรวมแล้วตัวรถเป็นรถที่ขี่สนุก  ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือออกเดินทางไกล ขับขี่ง่าย เลี้ยวง่าย ช่วงล่างของตัวรถเองที่สามารถปรับระดับ และเซ็ทให้เข้ากับผู้ขับขี่ได้ รอบเครื่องยนต์ที่ขี่สนุก จึงทำให้ GPX LEGEND 250 TWIN คันนี้ออกมาลงตัวมากเลยครับ เสียงท่อไอเสียเพราะ และต้องบอกว่า GPX LEGEND 250 TWIN ยังเป็นรถคันแรกของทางค่าย GPX ที่ทำมาเป็นรถ 2 สูบ อีกด้วย แถมยังสามารถนำไปตกแต่งได้หลากหลายแนวมาก ถูกใจสาย CUSTOM ที่ชอบแต่งรถให้เป็นสไตล์ของตัวเองได้แน่นอนครับ

 

 

หากใครที่กำลังมองหารถในแนวนี้อยู่ GPX Legend 250 Twin ก็เป็นอีกตัวเลือกที่คุ้มค่าและน่าสนใจไม่น้อยครับ ซึ่งทาง GPX ได้ทำออกมาจำหน่าย 3 สี ได้แก่ ดำ เงา, แดงเงา และ สีดำ ด้านแบบที่ผมเอามารีวิวในครั้งนี้ครับ สำหรับราคาแนะนำขายของ GPX Legend 250 Twin อยู่ที่ 79,500 บาท เป็นราคาที่เร้าใจ คุ้มค่า และน่าสนใจจริงๆ สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้าไปดูตัวจริงได้ที่ตัวแทนจำหน่าย GPX ทั่วประเทศครับ

“ การกลับมาของ ICONIC กลิ่นอายแห่งยุคคลาสสิค ที่ได้เชื่อมโยงไว้กับความมีสไตล์แฝงความโมเดิล ที่อยากจะให้คุณได้ลองไปสัมผัสกับ GPX Legend 250 Twin ”

ดูรูปภาพเพิ่มเติม http://www.mocyc.com/gallery/6947/GPXLEGEND250TWIN

  • ความคิดเห็น 1